
10 คำตอบคลายสงสัยเรื่อง"ผิวอ่อนๆ"ของลูก
โดย: พ.ญ.วนิดา ลิ้มพงศานุรักษ์
เด็กน้อยวัยขวบแรก ผิวหนังยังอ่อนบางนัก คุณพ่อคุณแม่ต้องใส่ใจเพราะถ้าไม่ดูแล ปัญหาผิวหนังนั้นอาจจะลุกลามได้ ซึ่งก็มักจะหนีไม่พ้นผด ผื่นแพ้ มดกัด ยุงกัด ซึ่งปัญหาเหล่านี้คุณพ่อคุณแม่ถามกันมาบ่อยมากค่ะ ครั้งนี้เราจึงรวบรวมไปถามคุณหมอเด็กผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคผิวหนังมาให้โดย เฉพาะค่ะ
นุดี / ราชบุรี
ตอบ : โดยทั่วไปเมื่อเด็กโดนแมลงกัด เช่น มด หรือยุง จะทำให้เกิดเป็นตุ่มบวมแดง มีอาการคันร่วมด้วย ถ้าอาการแพ้รุนแรงก็อาจเห็นเป็นตุ่มใสได้ค่ะซึ่งเกิดจากการแยกตัวของผิวหนัง ชั้นบน แต่ถ้ามีอาการหนังหลุดและมีน้ำใส ๆ ออกมาด้วยก็ต้องระวังการติดเชื้อแทรกซ้อนจากเชื้อแบคทีเรีย การรักษาต้องทายาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ลองปรึกษาคุณหมอเด็กหรือเภสัชกรดูค่ะ และรักษาความสะอาดให้ดีที่สุด
วรรณี / สุพรรณบุรี
ตอบ : จากอาการที่เล่ามาลูกของคุณอาจจะเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ต้องทายาลดการอักเสบของผิวหนังร่วมกับการรับประทานยาแก้คันในกรณีที่มีอาการ คันมาก การงดใช้แป้ง การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีสารที่จะทำให้เกิดการแพ้ และไม่ทำให้ผิวหนังแห้งเกินไปก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นมาก
ในกรณีที่ได้ยาทาแล้วไม่หายน่าจะกลับไปให้คุณหมอดูอาการอีกครั้งนะคะเพื่อ พิจารณาเปลี่ยนยาทาและสอบถามการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ค่ะ ส่วนใหญ่โรคนี้มักจะมีโอกาสเป็น ๆ หาย ๆ และโรคจะหายไปได้ตอนอายุสิบกว่าขวบ
ดารณี ตั้งในธรรม / อุดรธานี
ตอบ : จากลักษณะที่มีสีดำเหมือนขี้ไคลตามข้อพับต่าง ๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังที่พบได้ในเด็กที่อ้วนมาก ไม่สามารถขัดออกได้เพราะไม่ใช่ขี้ไคล ลักษณะที่มีสีดำของผิวหนังนี้จะหายไปได้เองเมื่อลดน้ำหนักลง แต่ถ้าลูกของคุณไม่ใช่เด็กอ้วนก็น่าจะพามาพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุค่ะ
อัมพวัน / สมุทรปราการ
ตอบ : เวลาหายจากไข้หวัดแล้วตามผิวหนังจะมีเม็ดผื่นแดงขึ้นตามตัว และผื่นจะยุบหายไปได้เองใน 2- 3 วันนั้น เป็นผลจากการติดเชื้อไวรัสที่เรียกว่าส่าไข้ โดยทั่วไปผื่นมักจะขึ้นตามร่างกายในวันที่ไข้ลดลงและเด็กก็มักจะมีอาการดี ขึ้นมาก รับประทานอาหารได้ เล่นได้ ดังนั้นผื่นในลักษณะนี้จึงนับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงว่าเด็กหายแล้ว คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรตกใจค่ะ
คุณแม่คนใหม่ / กรุงเทพฯ
ตอบ : จากลักษณะที่มีตุ่มหนอง ต่อมาแตกออกและมีผิวลอก เป็นลักษณะของการติดเชื้อแบคทีเรียค่ะ ต้องทาด้วยยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ถ้าตุ่มหนองมีจำนวนมากอาจจะต้องรับประทานยาปฏิชีวนะร่วมด้วย การป้องกันก็คือการรักษาความสะอาด ให้ทุกคนล้างมือก่อนจับตัวเด็กทุกครั้งเพราะเด็กอายุน้อยเพียง 1 เดือนจะมีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่ายค่ะ
ปัจจุบัน ตอนแรกคลอดจนถึงอายุประมาณ 3 เดือน ดิฉันใช้ยาสระผมเด็กยี่ห้อหนึ่ง ก็คิดว่าคงจะแพ้ เลยลองเปลี่ยนยี่ห้อใหม่ดู ลูกก็ยังเป็นอยู่ (แม้จะตัดเล็บให้แล้วก็ตาม) ดิฉันกลัวว่าแผลที่ศีรษะจะเป็นอันตรายต่อลูกดิฉันไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไรดี
รัตนาภรณ์ / สระบุรี
ตอบ : จากที่เล่ามาไม่ได้บอกว่ามีผื่นร่วมด้วยหรือไม่ แต่จากอาการที่คันมากน่าจะมีผื่นจากการเป็นผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่งซึ่งบางคน อาจมีไขมันมากร่วมด้วยได้ การรักษาต้องอาศัยยาทาลดการอักเสบร่วมกับการรับประทานยาลดอาการคัน เพราะการที่เด็กถูศีรษะจนเป็นแผล เป็นอันตรายมากค่ะเพราะอาจเกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนด้วยเชื้อแบคทีเรียได้ ควรต้องรีบรักษา โรคนี้ถ้าให้การรักษาที่เหมาะสมก็จะสามารถรักษาให้หายขาดได้ค่ะ
นุช อ่อนประไพ / กรุงเทพฯ
ตอบ : โดยทั่วไปหลังจากถูกยุงกัดจะเกิดเป็นตุ่มสีแดงมีอาการคัน ต่อมาตุ่มจะยุบลงเห็นเป็นรอยดำและจะไม่มีอาการคันอีก รอยดำนี้จะจางหายไปได้เองโดยไม่จำเป็นต้องทายาอะไร และในปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มียาชนิดใดที่ปลอดภัยที่จะใช้ทาในเด็กที่จะทำให้รอยดำนี้จางหายไปเร็วขึ้น ดังนั้นการป้องกันการถูกยุงกัดจึงสำคัญมากกว่าค่ะ โดยการหลีกเลี่ยงที่จะพาเด็กไปในสถานที่ซึ่งมียุงมาก หรือในกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรใส่เสื้อแขนยาว ขายาว และทายากันยุงร่วมด้วยก็จะลดโอกาสเกิดผื่นได้มากค่ะ
พรพิมล / นนทบุรี
ตอบ : เมือกสีขาวที่เห็นนี้เป็นเพียงสิ่งที่ขับออกมาจากเยื่อบุและผิวหนังของร่าง กายตามปกติเท่านั้น ไม่ได้เป็นโรคอะไร ล้างและเช็ดทำความสะอาดตามปกติก็เพียงพอแล้วค่ะ
อรอุมา / สงขลา
ตอบ : ผื่นแดงบริเวณง่ามขาหนีบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อรา สาเหตุมักเกิดจากความอับชื้น การรักษาต้องใช้ยาทารักษาเชื้อราจึงจะหาย การป้องกันการเกิดผื่นชนิดนี้ที่ดีที่สุดก็คือล้างน้ำทำความสะอาดเมื่อมีการ อุจจาระหรือปัสสาวะและเช็ดผิวหนังบริเวณนี้ให้แห้งสนิททุกครั้ง ในกรณีที่ใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปก็ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้ ผิวหนังบริเวณนี้ต้องสัมผัสกับความชื้นเป็นเวลานาน เพราะความชื้นเพียงอย่างเดียวก็อาจทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดงและมีการหลุดลอก ออกของผิวหนังชั้นบนสุดและทำให้มีอาการเจ็บได้ค่ะ
คุณแม่น้องมีน /ปทุมธานี
ตอบ : สำหรับการป้องกันผื่นร้อนหรือผดที่ดีที่สุดก็คือการพยายามให้เด็กเล่นอยู่ใน ที่อากาศไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไปทั้งนี้เพราะผื่นเกิดจากความร้อน ควรให้เด็กใส่เสื้อบาง ๆ ถ้าอากาศร้อนมากก็ควรเลือกใส่เสื้อที่ไม่มีคอไม่มีแขน การทาผื่นด้วยยาคาลาไมน์ก็ช่วยให้อาการคันลดลง ส่วนใหญ่ถ้าเด็กได้อยู่ในที่อากาศเย็นสบายผื่นก็มักจะหายไปค่ะ
เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก






