ลูกเป็นฝี ไม่ดีแน่ !

baby

ลูกเป็นฝี ไม่ดีแน่ !
(momypedia)
โดย: พญ.ฐิติรัตน์ รัตนศิลา

          ฝี ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย มีส่วนน้อยที่อาจเกิดจากเชื้อรา และเชื้อวัณโรค ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งภายใน และภายนอกร่างกายของลูกน้อยเลยล่ะค่ะ

ฝี เกิดภายนอกร่างกาย

          ฝี ภายนอกร่างกาย เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณผิวหนัง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ก้น รวมทั้งศีรษะด้วย เมื่อเด็ก ๆ ซุกซนมีแผลถลอกเกิดขึ้น เจ้าเชื้อเหล่านี้จะบุกรุกเข้าสู่ภายใต้ผิวหนังด้านล่าง แต่ด้วยความมหัศจรรย์ของร่างกาย เมื่อเชื้อโรคเข้าไปก็ป้องกันด้วยการส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวมาต่อสู้กับเชื้อ โรคที่รุกรานอยู่ และสร้างเกราะคุ้มกันเป็นผนังห่อหุ้มเชื้อโรคหรือเซลล์ที่ตายแล้วไม่ให้เกิด การกระจายตัวออกไป โดยจะเห็นได้เป็นลักษณะก้อนแข็งสีแดง และค่อย ๆ กลายเป็นสีขาวขุ่น และนุ่มขึ้น หรือที่เรียกกันว่าฝีนั่นเอง

ตุ่มแบบนี้ เป็นฝีแน่ ๆ

          เป็นตุ่มหรือก้อนแข็งบวมแดง แล้วเริ่มขยายใหญ่ขึ้น มีสีแดงขึ้น บางรายอาจมีสีเขียว หรือสีม่วงเข้ม เมื่อสัมผัสจะรู้สึกอุ่นกว่าผิวหนังข้างเคียง และมีอาการปวดมากขึ้น ต่อมาจะนุ่มลงและกลัดหนอง เมื่อฝีเป่งมาก ๆ อาจแตกออกเองได้ และอาการปวดจะค่อย ๆ ทุเลาลง แต่บางคนที่ฝีไม่แตก ต้องไปพบแพทย์เพื่อระบายหนองออกค่ะ

การรักษา

          ถ้าเป็นฝีที่มีขนาดเม็ดเล็ก อาจแตกออกเองได้ จากนั้นคอยทำความสะอาด โดยการใช้ยาฆ่าเชื้อทาบริเวณแผล แล้วปิดด้วยผ้าสะอาด ทำทุกวันจนกว่าแผลจะแห้ง และระวังอย่าให้โดนน้ำหรือสิ่งสกปรก เพราะจะทำให้แผลหายช้าได้

          แต่ถ้าฝีมีขนาดใหญ่ ควรไปพบแพทย์เพื่อระบายหนองออก และอาจให้กินยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบร่วมด้วย สำหรับฝีที่ต้องผ่าออกจะไม่มีการเย็บปิดแผล เพื่อใส่ผ้าก็อชม้วนเข้าไปในแผล ดูดระบายหนองออก และทำความสะอาด โดยต้องเปลี่ยนผ้าก็อชใหม่ทุกวัน ซึ่งแผลจะค่อยๆ ตื้นขึ้นจนแห้งและหายสนิท ไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก

เกราะป้องกันฝี

          ผิวหนังของเด็กบอบบาง หากมีการถลอกจะทำให้เชื้อโรคข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ดังนั้น ควรรักษาความสะอาด ตัดเล็บให้สั้นอยู่เสมอ อาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาด เปลี่ยนปลอกหมอน ผ้าปูที่นอนบ่อย ๆ นอกจากนี้การกินอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงค่ะ

ฝี ภายในร่างกาย

          เกิดจากการที่เชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายทางใดทางหนึ่ง เช่น ทางการหายใจ ทางการกิน เมื่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เจ้าเชื้อเหล่านี้ก็จะบุกรุก โดยร่างกายจะสร้างระบบคุ้มกันด้วยการส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวมาต่อสู้ และสร้างเกราะขึ้นมาห่อหุ้มเชื้อโรคหรือเซลล์ที่ตายแล้วเพื่อไม่ให้แพร่ กระจายไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยแสดงออกมาในรูปของตุ่มหนองหรือฝี ซึ่งเชื้อที่เข้าไปอาจไปอาศัยอยู่ที่อวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ปอด คอ สมอง เป็นต้น

ฝีในตับ

          เกิดจากเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายทางอาหาร ซึ่งเชื้อโรคสามารถผ่านกลไกการฆ่าเชื้อของลำไส้ และแพร่กระจายไปสู่ตับได้

ฝีในปอด

          เป็นอาการแทรกซ้อนของโรคปอดอักเสบ โดยได้รับเชื้อผ่านทางระบบหายใจ ซึ่งส่วนใหญ่หากติดเชื้อในปอดแล้วเมื่อรักษาก็จะหาย มีส่วนน้อยที่กลายเป็นฝีตามมา

ฝีในสมอง

          ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อบริเวณช่องคอ โพรงปาก ช่องปาก ฟันผุ หรือไซนัสอักเสบในโพรงจมูก นอกจากนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อบริเวณหู โพรงอากาศหลังใบหู แล้วลุกลามขึ้นไปที่สมองได้ แต่สำหรับในเด็กเล็กจะพบได้น้อย หรือพบในเด็กที่เป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิดบางชนิด และในกลุ่มเด็กที่มีโรคภูมิต้านทานบกพร่อง เช่น เด็กที่เป็นโรคเอดส์ นอกจากนี้ยังพบในกลุ่มเด็กที่ได้รับยาเคมีบำบัด ซึ่งจะทำให้เกิดฝีได้ง่ายกว่ากลุ่มเด็กที่มีภูมิต้านทานปกติ

การรักษา

          ต้องดูลักษณะอาการเป็นราย ๆ ไป อาจผ่าตัด หรือเจาะเอาหนองออก ร่วมกับการให้ยาฆ่าเชื้อ สำหรับฝีที่เกิดบริเวณปอด เมื่อรักษาแล้วส่วนใหญ่จะหายขาด แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ต้องรักษาตามอาการนั้น ๆ แต่ถ้าเป็นฝีในสมองอาจมีการทิ้งร่องรอยไว้ เช่น ถ้ามีผลกระทบต่อสมองส่วนที่บังคับการทำงานของร่างกาย อาจเกิดเป็นอัมพฤตอัมพาตได้

          ในกรณีนี้ต้องรักษาด้วยการพื้นฟูกล้ามเนื้อเพื่อให้เกิดการทำหน้าที่ได้ตาม ปกติ หรืออาจมีอาการชักเกิดขึ้น ซึ่งต้องทำการควบคุมด้วยยา ดังนั้น พ่อแม่ควรสังเกตอาการลูกตลอดเวลา และทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญไปพบแพทย์เพื่อทำการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก


เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ลูกเป็นฝี ไม่ดีแน่ ! อัปเดตล่าสุด 11 มกราคม 2553 เวลา 16:25:00 14,614 อ่าน
TOP
x close