10 วิธีปฏิบัติ...เมื่อลูกท้องเสีย (รักลูก) หากเจ้าตัวน้อยมีอาการท้องเสียเมื่อไหร่ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสำคัญกับความสะอาดเป็นเรื่องแรกค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายน้อย ๆ โดยปฏิบัติดังนี้
1. งดใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เพราะระบายอากาศได้น้อย เกิดการอับชื้น เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และไม่สามารถเห็นว่ามีอุจจาระสะสมอยู่มากน้อยแค่ไหนแล้ว ทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง หรือเป็นผื่นแดงบริเวณรอบทวาร
2. หากมีผื่นแดง อาจใช้ยาทาเพื่อลดการระคายเคือง (ควรเป็นยาสำหรับเด็ก)
3. ใช้สำลีชุบน้ำ ค่อย ๆ เช็ดทำความสะอาดบริเวณทวารไปถึงแก้มก้น สำหรับผู้หญิง ควรเช็ดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพราะถ้าเช็ดด้านหลังก่อนอาจนำเชื้อโรคมาสู่ช่องปัสสาวะ เกิดเป็นช่องปัสสาวะอักเสบตามมาได้
4. สำลี หรือผ้าอ้อมที่ใช้แล้ว ควรแยกทิ้ง และทิ้งในภาชนะที่ปิดมิดชิด
5. ควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนและหลังทำความสะอาดให้ลูก
6. ล้างทำความสะอาดขวดนม ฝาขวดนม จุกนม อุปกรณ์ปั๊มนม และภาชนะต่างๆ ด้วยการต้มหรือนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อทุกครั้งหลังใช้งาน
7. ล้างทำความสะอาดของเล่น หรือของใช้ประจำของลูกเสมอ
8. ทำความสะอาดมือลูกบ่อย ๆ เพราะมีเชื้อโรคสะสมอยู่ เด็กชอบเอามือเข้าปากอมนิ้ว เช็ดหน้าเช็ดตา ซึ่งจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่รางกายได้ง่าย
9. ล้างมือทุกครั้ง ก่อนป้อนอาหารให้ลูก
10. คุณแม่ควรล้างมือทุกครั้งก่อนและหลังให้นมลูกTip : อุจจาระแบบนี้ผิดสังเกตแล้วนะ ปกติเด็กช่วงวัย 1-6 เดือน อุจจาระจะเหลว เนื้อนิ่มละเอียดมีสีเหลืองทองและถ่ายวันละ 4-5 ครั้ง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ
แต่ถ้าถ่ายมีมูกหรือเลือดปน ถ่ายกะปริดกะปรอย ร่วมกับมีอาการท้องอืด ร้องโยเยเป็นพัก ๆ แสดงว่าลูกเกิดอาการท้องเสีย ถ้ามีไข้ร่วมด้วย นั่นเป็นอาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ซึ่งอุจจาระมีลักษณะเหลวเป็นน้ำ มีมูกเลือดปน กลิ่นเหม็นคาว และมีไข้สูง นอกจากนี้ยังมีการอาเจียน กินอาหารได้น้อย และถ้ามีการถ่ายบ่อยมาก หรือถ่ายไม่หยุดอาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำได้
กินแบบไหนดี
เด็กที่กินนมแม่ ให้กินนมแม่ต่อไป เพราะนมแม่เป็นยาวิเศษ มีภูมิคุ้มกันช่วยปกป้องร่างกายของลูก
เด็กที่กินอาหารเสริมแล้ว ควรเป็นอาหารอ่อน ๆ ย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้มปรุงสุกใหม่ทุกครั้ง และควรปรับรูปแบบการกิน จากที่เคยกินเยอะ ทีเดียวหมด ให้กินทีละน้อยๆ แต่บ่อยครั้ง เพื่อเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงขึ้น
กินน้ำเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายเสียไป โดยเกลือแร่สำหรับเด็ก ผสมน้ำในสัดส่วนที่กำหนดคือ น้ำ 1 แก้วต่อเกลือแร่ 1 ซอง หรือใช้น้ำต้มสุก 1 แก้ว ผสมน้ำตาล 2 ช้อนชา เกลือ 2 หยิบมือ ป้อนทุกครั้งหลังจากที่มีการถ่าย โดยค่อย ๆ ป้อนทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง
ไม่ควรให้ยาแก้ท้องเสีย หรือยาหยุดถ่าย เพราะจะทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในลำไส้ไม่ถูกขับออกมา เกิดการสะสมอยู่ในร่างกาย และอาจทำให้เชื้อกระจายไปสู่อวัยวะอื่น ๆ หรือเข้าสู่กระแสเลือดได้ ซึ่งจะทำให้ความดันต่ำเกิดการช็อกขึ้นได้
โดยสามารถสังเกตลักษณะอาการได้ดังนี้ ซึมผิดปกติ กระสับกระส่าย ริมฝีปากแห้ง ร้องไห้ไม่มีน้ำตา ตาโหลลึก กระหม่อมบุ๋ม และอาจมีอาการหัวใจต้นเร็ว เหนื่อยหอบ ปัสสาวะน้อยมีสีเข้ม หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบมาพบแพทย์
เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย
คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ปีที่ 27 ฉบับที่ 324 มกราคม 2553