การโกนขนเป็น วิธีกำจัดขน ที่ง่าย รวดเร็ว และทำได้เองที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นขา แขน รักแร้ จุดซ่อนเร้น หรือบริเวณอื่น ๆ แต่หลายคนอาจเคยเจอปัญหาหลังโกน ไม่ว่าจะเป็นผิวแสบ แดง ขนคุด หรือโกนแล้วผิวยังดูไม่เรียบเนียน ทั้งที่ใช้ใบมีดใหม่และโกนอย่างระมัดระวังแล้ว ความจริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากมีดโกนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ "การเตรียมผิว" ก่อนโกนด้วย โดยเฉพาะขั้นตอนการขัดผิวซึ่งหลายคนยังสงสัยว่าควรทำก่อนหรือหลังโกนกันแน่ วันนี้เราจะพาไปหาคำตอบ พร้อมอธิบายเหตุผลว่าทำไมการขัดผิวจึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้โกนขนได้เกลี้ยงขึ้น ลดโอกาสเกิดขนคุด และทำให้ผิวดูเรียบเนียนกว่าเดิม
ควรขัดผิว ก่อนหรือหลังโกนขน ?
เฉลยให้หายคาใจ: ควรขัดผิวก่อนหรือหลังโกนขน ?
เจาะลึกประโยชน์ของการขัดผิวก่อนโกนขน
การสละเวลาเพิ่มอีกนิดหน่อยในการขัดผิวก่อนจับมีดโกน ให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่ากับผิวมาก ๆ ดังนี้
- โกนขนได้เกลี้ยงเกลาและเรียบเนียนขึ้น: การขัดผิวช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าที่เคลือบเส้นขนอยู่ ทำให้เส้นขนถูกยกตัวขึ้น ใบมีดโกนจึงสามารถตัดเส้นขนได้สะอาดหมดจดถึงโคนผิว
- บอกลาปัญหาขนคุดและตุ่มหนังไก่: เมื่อรูขุมขนสะอาด ไม่มีเซลล์ผิวตายแล้วมาอุดตัน ขนที่ขึ้นใหม่ก็สามารถงอกออกมาได้ตามปกติ ไม่ม้วนตัวกลับเข้าไปใต้ชั้นผิวจนกลายเป็นขนคุดกวนใจ
- ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใส: การกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวช่วยลดความหมองคล้ำ หยาบกร้าน และลดตุ่มอุดตันตามร่างกาย
- ครีมบำรุงซึมซาบได้ดีขึ้น: เมื่อไม่มีสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวเก่าขวางกั้น โลชั่นหรือออยล์ที่เราทาหลังอาบน้ำก็จะซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เลือกผลิตภัณฑ์ขัดผิวให้เหมาะกับสภาพผิวและเป้าหมาย
เพื่อให้ได้ผิวที่เรียบเนียนและปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ขัดผิวแต่ละประเภทก็มีความถี่และวิธีใช้ที่แตกต่างกันไปตามสภาพผิว
1. ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวแบบกายภาพ (Physical Exfoliation)
เป็นการขัดผิวโดยใช้แรงทางกายภาพ เช่น สครับ เม็ดน้ำตาล เม็ดเกลือ ใยบวบ หรือถุงมือขัดผิว วิธีนี้เหมาะมากสำหรับคนที่มี ผิวธรรมดาถึงผิวมัน หรือบริเวณที่มักเกิดขนคุดง่าย (เช่น ขนขา หรือบิกินี่ไลน์)
วิธีทำ : ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง และควรใช้แรงกดเบา ๆ ห้ามขัดถูรุนแรงเด็ดขาด ส่วนฟองน้ำหรือใยบวบขัดผิวที่ใช้อยู่เป็นประจำควรเปลี่ยนบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย
2. ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวแบบเคมี (Chemical Exfoliation)
เป็นการใช้ส่วนผสมจำพวกกรดหรือเอนไซม์เข้าไปละลายกาวที่ยึดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกอย่างอ่อนโยน เช่น ส่วนผสมของ AHA (กรดไกลโคลิก, กรดแลคติก) หรือ BHA (กรดซาลิไซลิก)
- ผิวแห้ง / ผิวบอบบาง: แนะนำให้ใช้กรดแลคติกหรือกรดแมนเดลิกความเข้มข้นต่ำ หรือเอนไซม์จากธรรมชาติ (เช่น ฟักทอง มะละกอ) เพราะจะช่วยดึงความชุ่มชื้นเข้าสู่ผิวไปพร้อมกับการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน ทำเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้งในตอนกลางคืนก็เพียงพอ
- ผิวมัน / เป็นสิวง่าย: แนะนำส่วนผสมที่มีกรดซาลิไซลิก (BHA) เพราะสามารถซึมลึกเข้าไปทำความสะอาดน้ำมันและสิ่งสกปรกในรูขุมขนได้ดี สามารถใช้ได้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
ขั้นตอนการโกนขนและดูแลผิวอย่างถูกวิธีเพื่อผิวเนียนนุ่ม
หลังจากรู้ลำดับที่ถูกต้องแล้ว มาเช็กขั้นตอนแบบ Step-by-Step เพื่อผิวเนียนลื่นกันดีกว่า
- ขัดผิวอย่างอ่อนโยนก่อน: เลือกใช้สครับ เม็ดละเอียด หรือผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวแบบเคมีที่เหมาะกับสภาพผิว ขัดวนเบา ๆ บนผิวเพื่อขจัดเซลล์ผิวเก่าและเปิดรูขุมขน
- อาบน้ำอุ่นเพื่อเตรียมเส้นขน: ชำระล้างร่างกายด้วยน้ำอุ่นสักครู่ ไอน้ำและน้ำอุ่นจะช่วยให้เส้นขนอ่อนนุ่มลงและขยายรูขุมขน ทำให้โกนได้ง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงการโกนขณะผิวแห้งเพราะจะทำให้ผิวถลอกและอักเสบ
- ชโลมผลิตภัณฑ์โกนขน: ทาครีมโกนขน เจล หรือครีมอาบน้ำสูตรบำรุงผิวลงบนบริเวณที่ต้องการโกน เพื่อเป็นตัวช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างใบมีดกับผิวหนัง ป้องกันรอยบาด
- โกนอย่างถูกทิศทาง: หากเส้นขนนยาว ให้เริ่มโกนตามทิศทางการงอกของเส้นขนก่อนเพื่อให้สั้นลง จากนั้นจึงค่อยโกนย้อนศรเบา ๆ เพื่อความเนียนกริบ
- บำรุงผิวเพื่อปลอบประโลม: หลังอาบน้ำเสร็จ ให้ใช้ผ้าขนหนูซับผิวเบา ๆ (ห้ามถูแรง) จากนั้นทาโลชั่นบำรุงผิว ครีม หรือเจลว่านหางจระเข้ที่เน้นความชุ่มชื้นทันที หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารที่รุนแรง






