แผ่นแปะสิวแปะยังไงให้ยุบไว ? สรุป 5 ข้อผิดพลาดที่คนเป็นสิวชอบทำ

          รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับแผ่นแปะสิว พร้อม 5 ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง อยากสิวยุบไว ไม่ทิ้งรอยดำ ห้ามทำสิ่งนี้ และเช็กวิธีใช้แผ่นแปะสิวที่ถูกต้อง
แผ่นแปะสิว วิธีใช้ วิธีรักษาสิว

          ใครเคยเห็นเพื่อนหรือคนดังแปะสติกเกอร์รูปหัวใจ รูปดาวเล็ก ๆ บนหน้ากันบ้าง ? ไม่ต้องคิดมากว่าเป็นเทรนด์แฟชั่นใหม่อะไร นั่นแหละคือ แผ่นแปะสิว ตัวช่วยยอดฮิตของ วิธีรักษาสิว ที่ใคร ๆ ก็มีติดลิ้นชักสกินแคร์กันแล้ว เพราะมันช่วยดูดของเสียในสิวและปิดบังสิวไปในตัว สะดวกสุด ๆ แต่ถึงจะดูใช้ง่าย ใครหลายคนก็ยังพลาดกันอยู่ดี เพราะแผ่นแปะสิวไม่ได้เหมาะกับสิวทุกแบบ และวิธีใช้ก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ถ้าพลาดไปอาจทำให้สิวหายช้าลง หรือแย่กว่านั้นคือระคายเคืองผิวเพิ่มขึ้นไปอีก วันนี้เลยรวบรวม 5 ข้อผิดพลาดที่หลายคนทำโดยไม่รู้ตัว มาเช็กกันดีกว่าว่าเราพลาดข้อไหนไปบ้าง

แผ่นแปะสิวคืออะไร และช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

          แผ่นแปะสิว (Acne Patch / Pimple Patch) คือแผ่นแปะขนาดเล็กที่ใช้สำหรับปิดบริเวณสิว โดยส่วนใหญ่ผลิตจาก ไฮโดรคอลลอยด์ (Hydrocolloid) ซึ่งเป็นวัสดุที่นิยมใช้ในการดูแลบาดแผล เพราะสามารถดูดซับของเหลว (เช่น น้ำมันส่วนเกิน หนอง ของเหลวจากการอักเสบ และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่บริเวณสิว)  และช่วยรักษาความชุ่มชื้นที่เหมาะสมบริเวณผิว พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้มือ สิ่งสกปรก หรือแบคทีเรียภายนอกสัมผัสกับสิวโดยตรง จึงช่วยลดโอกาสการแกะสิว และอาจช่วยให้รอยสิวหายได้ดีขึ้นในบางกรณี

แผ่นแปะสิวเหมาะกับสิวแบบไหน

          แผ่นแปะสิวจะให้ผลค่อนข้างดีเมื่อใช้กับ

  • สิวอักเสบที่มีหัว
  • สิวหัวขาว
  • สิวที่มีหนอง
  • สิวที่เพิ่งแตกหรือถูกกดออกแล้ว
          เนื่องจากเป็นช่วงที่มีของเหลวให้แผ่นไฮโดรคอลลอยด์ดูดซับ จึงช่วยให้สิวแห้งและสมานตัวได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

สิวแบบไหนที่แผ่นแปะสิวอาจไม่ช่วยมากนัก

          แม้แผ่นแปะสิวจะได้รับความนิยม แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับสิวทุกชนิด เช่น

  • สิวหัวดำ
  • สิวอุดตันจำนวนมาก
  • สิวที่ขึ้นเป็นบริเวณกว้าง
  • สิวที่ยังไม่มีหัวเลย
          เพราะสิวกลุ่มนี้มักต้องอาศัยการดูแลด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมช่วยผลัดเซลล์ผิวหรือรักษาสิวโดยเฉพาะ มากกว่าการใช้แผ่นแปะเพียงอย่างเดียว

แผ่นแปะสิวมีกี่แบบ

          ปัจจุบันสามารถแบ่งแผ่นแปะสิวได้คร่าว ๆ เป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. แผ่นแปะไฮโดรคอลลอยด์แบบทั่วไป: เหมาะสำหรับสิวหัวขาวและสิวที่มีหนอง เน้นการดูดซับของเหลวและปกป้องผิว
  2. แผ่นแปะสิวที่มีส่วนผสมออกฤทธิ์: มีส่วนผสมอย่างกรดซาลิไซลิก ไนอะซินาไมด์ หรือน้ำมันทีทรี เพื่อช่วยลดการอักเสบและดูแลสิวเพิ่มเติม
  3. แผ่นแปะไมโครดาร์ท (Microneedle Patch): มีเข็มขนาดเล็กที่ละลายได้ ช่วยนำสารออกฤทธิ์ลงสู่ผิว เหมาะกับสิวอักเสบลึกหรือสิวที่เพิ่งเริ่มเป็นในบางกรณี
แผ่นแปะสิว วิธีใช้ วิธีรักษาสิว

5 ข้อผิดพลาดที่มักทำตอนแปะแผ่นแปะสิว

1. ใช้กับสิวผิดประเภท

          แผ่นแปะสิวเหมาะกับสิวที่มีหัวหนองชัดเจนหรือกำลังจะแตก ใช้แปะแบบจุดต่อจุดวันละครั้งได้เลย แต่ถ้าใครมีสิวเป็นบริเวณกว้าง หรือสิวหัวดำ แผ่นแปะสิวจะช่วยได้ไม่เต็มที่ เพราะพื้นที่ที่ปิดได้มีจำกัด แผ่นแปะไฮโดรคอลลอยด์ (วัสดุเจลที่ช่วยดูดของเหลว น้ำมัน และสิ่งสกปรกออกจากสิว) จะเหมาะกับสิวอักเสบและสิวที่มีหนองมากที่สุด ส่วนสิวหัวดำมักต้องพึ่งส่วนผสมอย่างกรดซาลิไซลิกหรือเรตินอยด์ที่ช่วยแทรกซึมเข้าไปขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขนแทน หากใครมีสิวประเภทอื่นนอกจากที่กล่าวมา ลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสมกว่านี้จะดีที่สุด

2. แปะทิ้งไว้นานเกินไป (หรือน้อยเกินไป)

          แผ่นแปะสิวควรติดไว้บนผิวอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เช่น แปะทิ้งไว้ข้ามคืนหลังล้างหน้าเสร็จ เพราะไฮโดรคอลลอยด์ต้องใช้เวลาในการดูดซับของเหลวและช่วยให้สิวยุบตัว ถ้าแปะน้อยกว่า 6 ชั่วโมง แผ่นแปะมักจะยังไม่ทันบวมขาว ซึ่งเป็นสัญญาณว่ามันยังทำงานไม่เต็มที่

          ในทางกลับกัน แปะไว้นานเกิน 8 ชั่วโมงก็ไม่ได้แปลว่าจะได้ผลดีกว่า เพราะเมื่อแผ่นแปะดูดซับได้เต็มที่แล้ว มันก็แทบไม่มีประโยชน์เพิ่มเติมอีก และสำหรับบางคนโดยเฉพาะคนผิวบอบบางหรือเป็นสิวง่าย อาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือรูขุมขนอุดตันเพิ่มได้ด้วย

3. แปะทับสกินแคร์ตัวอื่น

          แผ่นแปะสิวมีสองแบบคือ แบบไม่มีส่วนผสมออกฤทธิ์ (มีแค่ไฮโดรคอลลอยด์ล้วน ๆ) กับแบบมีส่วนผสมออกฤทธิ์เพิ่มเติม เช่น กรดซาลิไซลิก (ผลัดเซลล์ผิว ขจัดสิ่งอุดตัน) ไนอะซินาไมด์ (ลดการอักเสบ คุมมัน) เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ (ฆ่าเชื้อแบคทีเรียตัวการสิว) หรือน้ำมันทีทรี (ต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ) บางรุ่นยังใช้เทคโนโลยีไมโครนีดลิงเข็มจิ๋วเพื่อส่งตัวยาลงลึกอีกด้วย
          ควรแปะแผ่นแปะสิวบนผิวที่สะอาดและแห้งสนิทเสมอ หลีกเลี่ยงการแปะทับสกินแคร์ตัวอื่นที่ทาไว้ก่อนหน้า เพราะแผ่นแปะจะทำหน้าที่เหมือนเกราะกักเก็บ ทำให้ตัวยาที่ทาไว้ซึมเข้มข้นขึ้นกว่าปกติ เสี่ยงระคายเคืองหรือผิวไวขึ้นได้ง่าย และยังอาจทำให้แผ่นแปะสิวเองดูดซับของเสียในสิวได้ไม่เต็มที่ด้วย

4. ใช้กับผิวแพ้ง่ายโดยไม่ระวัง

          คนที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายมักระคายเคืองง่ายกว่าคนทั่วไป ควรระวังเป็นพิเศษเวลาใช้แผ่นแปะสิว โดยเฉพาะคนที่แพ้กาวหรือแพ้ส่วนผสมออกฤทธิ์อย่างน้ำมันทีทรีหรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ รวมถึงคนที่เป็นผิวอักเสบเรื้อรังหรือโรซาเซียก็ควรเลี่ยงไปก่อน
          สัญญาณของผิวบอบบางสังเกตได้จากอาการแดง แสบร้อน ระคายเคืองง่าย ไวต่อผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมหรือส่วนผสมออกฤทธิ์ หรือไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ถ้าใครมีผิวแบบนี้และเป็นสิวด้วย ควรเลือกส่วนผสมอ่อนโยนที่เน้นบำรุงเกราะป้องกันผิว เช่น กรดอะซิไลอิก ไนอะซินาไมด์ หรืออะดาพาเลน แต่ก็ควรเริ่มใช้ทีละน้อยก่อน และถ้าจะแปะแผ่นแปะสิว ลองทามอยส์เจอไรเซอร์สูตรปราศจากน้ำหอมที่ช่วยเสริมเกราะผิวควบคู่ไปด้วยจะช่วยลดการระคายเคืองได้

5. ใช้แผ่นแปะสิวเพื่อ “ป้องกัน” สิว

          แผ่นแปะสิวถูกออกแบบมาเพื่อรักษาสิวที่เป็นอยู่แล้ว ไม่ใช่เพื่อป้องกันสิวใหม่ที่ยังไม่ขึ้น มันช่วยดูดของเหลวออกจากสิวที่มีอยู่ แต่ถ้าไม่มีการอักเสบหรือหนอง การแปะไว้ก็แทบไม่มีประโยชน์อะไร แม้บางรุ่นจะมีกรดซาลิไซลิกช่วยรักษาสิวที่เป็นอยู่ได้ดีขึ้น แต่ก็ยังป้องกันสิวใหม่ที่จะขึ้นตรงจุดอื่นไม่ได้ เพราะแผ่นแปะครอบคลุมพื้นที่ได้แค่จุดเดียว
          ดังนั้นไม่ควรใช้แผ่นแปะสิวแทนการดูแลผิวแบบปกติ การดูแลผิวสำหรับคนเป็นสิวง่ายที่ควรทำควบคู่กันไป ได้แก่ ล้างหน้าวันละสองครั้งโดยเฉพาะหลังเหงื่อออก ใช้สกินแคร์สูตรอ่อนโยน สระผมสม่ำเสมอเพื่อลดน้ำมันจากเส้นผมที่อาจทำให้เกิดสิวบริเวณหน้าผาก และพยายามไม่เอามือไปสัมผัสหน้าบ่อย ๆ
แผ่นแปะสิว วิธีใช้ วิธีรักษาสิว

วิธีใช้แผ่นแปะสิวให้ได้ผล ควรทำอย่างไร ?

          แม้แผ่นแปะสิวจะใช้งานง่าย แต่ถ้าอยากให้เห็นผลเต็มประสิทธิภาพ ก็ควรใช้ให้ถูกวิธี เพราะทั้งช่วงเวลาที่แปะ ความสะอาดของผิว และระยะเวลาที่ติดแผ่นแปะ ล้วนมีผลต่อการทำงานของแผ่นไฮโดรคอลลอยด์ทั้งนั้น

1. ล้างหน้าและเช็ดผิวให้แห้งก่อนทุกครั้ง

          ก่อนติดแผ่นแปะสิว ควรล้างหน้าให้สะอาด และซับผิวให้แห้งสนิท เพราะหากผิวยังมีน้ำมัน ความชื้น หรือคราบสกินแคร์ตกค้าง กาวของแผ่นแปะอาจติดได้ไม่ดี และทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซับของเหลวลดลง

2. เลือกขนาดให้พอดีกับเม็ดสิว

          ควรเลือกแผ่นแปะที่ปิดสิวได้พอดี ไม่เล็กจนปิดไม่มิด และไม่ใหญ่เกินความจำเป็น เพราะจะช่วยให้แผ่นแปะแนบสนิทกับผิวและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ติดทิ้งไว้ตามเวลาที่แนะนำ

          โดยทั่วไป แผ่นแปะสิวมักแนะนำให้ติดไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง หรือข้ามคืน ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์ เมื่อแผ่นแปะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวหรือสีทึบ แสดงว่ามีการดูดซับของเหลวจากสิวแล้ว และสามารถลอกออกได้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์

4. ลอกออกอย่างเบามือ

          เมื่อต้องการเปลี่ยนแผ่นใหม่ ให้ค่อย ๆ ลอกออกอย่างช้า ๆ เพื่อลดการระคายเคือง และหากสิวยังมีของเหลวอยู่ สามารถเปลี่ยนแผ่นใหม่บนผิวที่สะอาดและแห้งได้อีกครั้งตามความเหมาะสม

          แผ่นแปะสิว ถือเป็นฮีโร่กู้หน้าใสสำหรับสิวอักเสบและสิวหัวหนองแบบเร่งด่วน ช่วยให้สิวยุบไวและบล็อกมือไม่ให้เราไปบีบแกะจนหน้าเป็นรอย แต่อย่าลืมว่าหัวใจสำคัญของการห่างไกลสิวอย่างยั่งยืน คือการล้างหน้าให้สะอาดวันละ 2 ครั้ง เลือกใช้สกินแคร์ที่เหมาะกับสภาพผิว เติมความชุ่มชื้นให้เพียงพอเพื่อไม่ให้ผิวผลิตน้ำมันส่วนเกิน และทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพียงเท่านี้ผิวหน้าใส ๆ ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว

บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณข้อมูลจาก : everydayhealth.com, wishtrend.com, health.clevelandclinic.org, derma-angel.com, kiehls.com.sg
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
แผ่นแปะสิวแปะยังไงให้ยุบไว ? สรุป 5 ข้อผิดพลาดที่คนเป็นสิวชอบทำ โพสต์เมื่อ 17 กรกฎาคม 2569 เวลา 10:26:58
TOP
x close