อยากเริ่มใช้ Niacinamide แต่ไม่รู้เลือกตัวไหนดี ? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับ Niacinamide พร้อมปักพิกัดเซรั่ม Niacinamide น่าใช้แห่งปี 2026 สำหรับคนเป็นสิว ผิวมัน ผิวหมองคล้ำ และผิวแพ้ง่าย
ใครที่กำลังมองหาสกินแคร์ที่ช่วยดูแลผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้น
Niacinamide หรือ ไนอะซินาไมด์ คงเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นสารบำรุงที่ได้รับความนิยมในวงการสกินแคร์ ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยดูแลปัญหาผิวได้หลากหลาย จึงมักถูกนำมาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์
บำรุงผิวหลายประเภท
ด้วยสภาพอากาศและปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน การเลือกสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวจึงเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกันว่า Niacinamide คืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร พร้อมแนะนำ Niacinamide ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สำหรับคนที่กำลังมองหาตัวช่วยดูแลผิวให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง
Niacinamide คืออะไร ?
Niacinamide (ไนอะซินาไมด์) หรือสารที่เราคุ้นเคยในชื่อ วิตามินบี 3 (Vitamin B3) นั้น เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งอยู่ในกลุ่มวิตามินบีคอมเพล็กซ์ (B-Complex) ที่ร่างกายของเราต้องการ โดยตามธรรมชาติเราสามารถพบสารนี้ได้ในอาหารหลายชนิด เช่น เนื้ออกไก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ธัญพืชอย่างข้าวกล้อง อะโวคาโด และเห็ดต่าง ๆ
ในวงการสกินแคร์ Niacinamide ถูกยกให้เป็นสารบำรุงสารพัดประโยชน์ เพราะมีส่วนช่วยในการทำงานกับเซลล์ผิว ช่วยบำรุงให้เกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติแข็งแรงขึ้น ทำให้ผิวแลดูเรียบเนียน ชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ
Niacinamide ช่วยอะไรบ้าง ?
ถ้าจะให้อธิบายว่า ไนอะซินาไมด์ ช่วยอะไร ทำไมถึงกลายเป็นส่วนผสมยอดฮิตในสกินแคร์ลดริ้วรอยและดูแลผิวเป็นสิว คำตอบคือเขามีคุณสมบัติเด่น ๆ รอบด้านดังนี้
- ช่วยดูแลรอยดำและรอยแดง: มีส่วนช่วยยับยั้งการส่งผ่านเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ไปยังผิวชั้นบน ทำให้จุดด่างดำ รอยสิว และฝ้าแดดแลดูจางลง ปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอ
- ควบคุมความมันส่วนเกิน: ช่วยปรับสมดุลการทำงานของต่อมไขมันบนใบหน้า ทำให้ผิวหน้ามันลดน้อยลง ซึ่งเป็นการลดโอกาสการเกิดสิวอุดตันไปในตัว
- ปลอบประโลมผิวลดการอักเสบ: มีฤทธิ์ต้านการอักเสบเบื้องต้น จึงเหมาะกับคนที่เป็นสิวอักเสบ ผิวแพ้ง่าย หรือผิวที่กำลังเกิดอาการระคายเคืองและมีรอยแดง
- ดูแลเรื่องรูขุมขนและริ้วรอย: ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น รูขุมขนแลดูแน่นกระชับขึ้น และช่วยให้ริ้วรอยเล็ก ๆ แลดูลดเลือนลงเมื่อใช้ต่อเนื่อง
- เสริมเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier): กระตุ้นการสร้างเซราไมด์และกรดไขมันจำเป็นในชั้นผิว ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ไม่ให้ผิวแห้งลอกเป็นขุย และพร้อมปกป้องผิวจากมลภาวะภายนอก
Niacinamide เหมาะกับผิวแบบไหน ?
คำตอบสั้น ๆ คือ เหมาะกับทุกสภาพผิว เลยค่ะ เนื่องจากเป็นสารบำรุงที่มีความอ่อนโยนสูงและเกิดการระคายเคืองได้ต่ำ
- ผิวมันและเป็นสิวง่าย: จะเลิฟเป็นพิเศษเพราะช่วยคุมมันและกระชับรูขุมขน
- ผิวแห้งหรือผิวผสม: ใช้ได้ดีเพราะช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวและรักษาความชุ่มชื้น
- ผิวบอบบางแพ้ง่าย: สามารถใช้เพื่อช่วยลดเลือนรอยแดงและฟื้นฟูผิวให้กลับมาแข็งแรงขึ้นได้
วิธีเลือก Niacinamide ให้ตอบโจทย์ผิวที่สุด
ก่อนจะไปส่องว่ามียี่ห้อไหนน่าสนใจ เรามาดูทริกการเลือกซื้อให้เหมาะกับตัวเองกันก่อนค่ะ
1. เลือกความเข้มข้นให้พอดีกับผิว
- 1% - 3%: อ่อนโยนสูง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ผิวแห้ง หรือผิวแพ้ง่าย เน้นเน้นเสริมเกราะป้องกันผิว
- 4% - 5%: ปริมาณมาตรฐานที่เห็นผลดีในการคุมมันและเริ่มลดเลือนจุดด่างดำ เหมาะกับผิวธรรมดาถึงผิวผสม
- 6% - 10%: เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมัน รูขุมขนกว้าง หรือมีรอยสิวที่ต้องการการดูแลอย่างตรงจุด
- 11% ขึ้นไป: ความเข้มข้นสูงพิเศษ เหมาะสำหรับผิวที่ผ่านการใช้ไนอะซินาไมด์มาแล้ว และต้องการจัดการปัญหาจุดด่างดำหรือความหมองคล้ำเฉพาะจุด แต่อาจต้องระวังอาการแห้งตึงในบางราย
2. เลือกตามเนื้อสัมผัส
- เนื้อเซรั่ม: บางเบา ซึมไว เหมาะกับทุกสภาพผิว
- เนื้อโลชั่น: เหมาะกับผิวผสมถึงผิวแห้ง
- เนื้อครีม: เหมาะกับผิวแห้งมาก แต่อาจหนักเกินสำหรับผิวมัน
- เนื้อน้ำ/โทนเนอร์: เบามาก เหมาะกับผิวมันและเป็นสิว
3. เลือกบรรจุภัณฑ์ทึบแสง
มองหาขวดแก้วสีชา ขวดปั๊มสุญญากาศ หรือขวดทึบแสงเพื่อช่วยคงความเสถียรและประสิทธิภาพของสารบำรุงไว้ให้ยาวนานที่สุด
เปิดโผ Niacinamide ยี่ห้อไหนดี ปี 2026
ตัวเด็ดคัดมาแล้ว
1. Gravich Purify Niacinamide 19.2% Concentrate Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Gravich
เซรั่มไนอาซินาไมด์จากแบรนด์ไทย Gravich ที่ดึง Niacinamide ความเข้มข้น 15% มาในรูปแบบ Encapsulated หรือห่อหุ้มด้วยไลโปโซม ทำให้ซึมเข้าผิวแบบ Time-Release ค่อย ๆ ปลดปล่อยสารสำคัญอย่างต่อเนื่อง บวกกับ Glutathione 2% และ NAG 2% ช่วยเรื่องผิวหมองและสีผิวไม่สม่ำเสมอ สูตรนี้ปราศจาก AHA/BHA จึงไม่ทำให้ผิวบางหรือไวต่อแสง เหมาะกับคนที่ต้องการบำรุงต่อเนื่องระยะยาว
2. The Ordinary Niacinamide 10% + Zinc 1%
ภาพจาก Shopee The Ordinary Thailand Official Store
เซรั่มสูตรน้ำบางเบาจาก The Ordinary ที่คนรู้จักกันทั่วโลก ใช้ Niacinamide 10% คู่กับ Zinc PCA 1% ช่วยควบคุมความมันและลดการสะสมของสิ่งสกปรก เนื้อสัมผัสเบามากซึมไว ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม ออยล์ และซิลิโคน จึงเหมาะกับผิวมันหรือผิวเป็นสิวเป็นพิเศษ
3. SKINTIFIC 10% Niacinamide Brightening Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Skintific Thailand
เซรั่มจาก SKINTIFIC ที่ผสาน Niacinamide 10% กับ Alpha Arbutin ซึ่งทำงานร่วมกันในการลดจุดด่างดำและปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ มี Ceramide ช่วยเสริมเกราะผิว และ Centella Asiatica ช่วยลดการอักเสบ สูตรปราศจากแอลกอฮอล์ พาราเบน น้ำมันแร่ และสีสังเคราะห์ เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลทั้งเรื่องสีผิวและความแข็งแรงของผิวไปพร้อมกัน
4. OLAY Luminous Niacinamide + AHA Super Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Olay
เซรั่มจาก OLAY ที่รวมไนอาซินาไมด์เข้ากับ AHA กรดผลไม้ วิตามินซี และโปรวิตามินบี 5 ในสูตรเดียว เน้นดูแลเรื่องฝ้า จุดด่างดำ และผิวหมอง ด้วยการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนของ AHA ควบคู่กับการยับยั้งเมลานินของไนอาซินาไมด์
5. MizuMi Advance Niacinamide 15 Concentrate Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก MizuMi_Official
เซรั่มความเข้มข้นสูง 15% Niacinamide ที่ผสาน Mandelic Acid 5% สำหรับผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน บวกกับเปปไทด์ Feruloyl Oligopeptide-33 ที่ช่วยดูแลรอยด่างดำอย่างตรงจุด และ 10 Soothing Complex จากพืชสมุนไพรเกาหลี 10 ชนิด ที่ช่วยปลอบประโลมและเพิ่มความชุ่มชื้น เนื้อเซรั่มบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับคนที่มีปัญหารอยดำฝังลึก
6. Glad2Glow 10% Niacinamide Brightening Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Glad2Glow Thailand
เซรั่มสูตรผสม Niacinamide 10% กับสารสกัดจากทับทิมและ Arbutin ที่ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานิน มี Licorice ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และปราศจากสารที่อาจก่อการระคายเคือง สูตรอ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิว ใช้ได้ทั้งเช้าและเย็น เป็นตัวเลือกที่เน้นเรื่องผิวหมองและสีผิวไม่สม่ำเสมอ
7. ANUA Niacinamide 10 TXA 3 Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Anua Thailand
เซรั่มจากแบรนด์เกาหลี ANUA ที่รวม Niacinamide 10%, TXA (Tranexamic Acid) 3% และ Arbutin 2% เข้าด้วยกัน สามตัวนี้ทำงานเสริมกันในการลดเลือนจุดด่างดำและป้องกันการเกิดจุดด่างดำใหม่ เนื้อสีแดงบางเบา ไม่เหนียว เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอเป็นหลัก
8. COSRX The Niacinamide 15 Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก COSRX Thailand Official
จาก COSRX ที่ขึ้นชื่อเรื่องสกินแคร์สำหรับผิวเป็นสิวโดยเฉพาะ เซรั่มตัวนี้ใช้ Niacinamide 15% เข้มข้น ผสานกับ Allantoin ปลอบประโลมผิว และ Zinc PCA ควบคุมความมัน จุดเด่นคือสูตรนี้ระบุว่าสามารถใช้ร่วมกับ Vitamin C ได้ ต่างจากสูตรอื่น ๆ บางตัวที่แนะนำให้ใช้แยกกัน เหมาะกับคนที่มีปัญหาสิวอักเสบ สิวหนอง รอยสิว
9. Beauty of Joseon Glow Serum Propolis + Niacinamide
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Beauty of Joseon Thailand
เซรั่มจากแบรนด์เกาหลีชื่อดัง Beauty of Joseon ที่ใช้สูตร Propolis 60% เป็นหัวใจหลัก บวก Niacinamide 2% และ BHA 0.5% ด้วยความเข้มข้น Niacinamide ที่ต่ำกว่าตัวอื่น สูตรนี้จึงเน้นความชุ่มชื้น การต้านอนุมูลอิสระ และการปลอบประโลมผิวเป็นหลัก เหมาะมากกับผิวบอบบางแพ้ง่าย ปราศจากน้ำหอมและ Essential Oil
10. Neutrogena Hydro Boost Niacinamide Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Neutrogena
เซรั่มจาก Neutrogena ที่ผสาน Niacinamide 10% กับ Hyaluronic Acid และ Neoglucosamine เน้นทั้งความกระจ่างใสและการเติมความชุ่มชื้นในขวดเดียว ปราศจากน้ำหอม พาทาเลต และสี เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลทั้งเรื่องความชุ่มชื้นและผิวกระจ่างใสไปพร้อมกัน
11. KIEHL'S Ultra Pure High-Potency 5.0% Niacinamide Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Kiehl's
จาก Kiehl's แบรนด์สหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์มาตั้งแต่ปี 1851 สูตรนี้เน้น Niacinamide 5% เพื่อช่วยลดความมันส่วนเกินและลดรอยแดงโดยเฉพาะ เซรั่มเนื้อบางเบา ใช้เพียง 2-3 หยด ทั้งเช้าและเย็น เหมาะกับคนที่ต้องการเซรั่มจากแบรนด์พรีเมียมที่เน้นประสิทธิภาพเรื่องสิวและความมัน
12. Le'SKIN Niacinamide 15% Brighten Up Skin
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Leskinthailand
แบรนด์ไทยที่นำ Niacinamide มาในความเข้มข้น 15% เพื่อช่วยลดจุดด่างดำ รอยแดง ควบคุมความมัน และเพิ่มความกระจ่างใส ผ่านการทดสอบการระคายเคืองโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง
13. The Skin Collection Serum Niacinamide 10% + NAG 8%
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Skin Collection
เซรั่มที่ผสาน Niacinamide 10% กับ NAG (N-Acetyl Glucosamine) 8% ซึ่ง NAG ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดการผลิตเม็ดสีด้วย สูตรนี้สะอาดมากในแง่ส่วนผสม เพราะปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ สารก่อภูมิแพ้ และสารกันเสีย เหมาะกับคนที่ผิวบอบบางหรือต้องการสูตรอ่อนโยนเป็นพิเศษ
14. POPASKIN 10% Niacinamide + 3% Tranexamic Acid Brightening Serum
ภาพจาก เฟซบุ๊ก The Skin Collection
เซรั่มที่รวม Niacinamide 10% กับ Tranexamic Acid 3% และ Tea Tree Extract บวกกับ Centella Asiatica และ Astaxanthin สำหรับคนที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ ฝ้าแดด และรอยสิวจากผิวมัน สูตรนี้แนะนำให้ใช้ตอนกลางคืนเป็นหลัก และค่อย ๆ เพิ่มความถี่ในการใช้ตามที่ผิวรับได้
15. MEDICUBE TXA Niacinamide 15 Serum
ภาพจาก Shopee Medicube Official Store
เซรั่มจาก MEDICUBE ที่ใช้ TXA 5%, Niacinamide 10% และ Arbutin 2% ร่วมกับ 10-Layer Hyaluronic Acid ที่เติมความชุ่มชื้นหลายระดับ บวก Panthenol, Betaine และ Coral Moss Extract ช่วยปลอบประโลมผิว ปราศจากน้ำหอม เหมาะกับคนที่ต้องการดูแลเรื่องจุดด่างดำและความชุ่มชื้นในสูตรเดียว
ตอบคำถามคาใจสาว ๆ เกี่ยวกับ Niacinamide
- Q: Niacinamide ห้ามใช้คู่กับอะไร ?
- A: จริง ๆ แล้ว Niacinamide เป็นสารที่ค่อนข้างเสถียร แต่อาจต้องระวังเมื่อใช้ร่วมกับส่วนผสมที่มีความเป็นกรดสูง เช่น วิตามินซีเข้มข้น (Pure Vitamin C / L-Ascorbic Acid) หรือกรดผลไม้กลุ่ม AHA/BHA ในขั้นตอนเดียวกัน เพราะค่า pH ที่ต่างกันอาจทำให้ประสิทธิภาพลดลงหรือก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวได้ง่ายขึ้น วิธีแก้คือให้สลับกันใช้ เช่น ทา Niacinamide ตอนเช้า และทา AHA/BHA หรือเรตินอลในตอนกลางคืนค่ะ
- Q: Niacinamide ควรใช้ทุกวันไหม ?
- A : สามารถใช้ได้เป็นประจำทุกวัน ทั้งเช้าและเย็นเลยค่ะ เพราะมีความอ่อนโยนและช่วยบำรุงผิวได้อย่างต่อเนื่อง
- Q: Niacinamide กับ Ceramide ต่างกันยังไง ?
- A: Ceramide (เซราไมด์) คือไขมันใต้ผิวที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของเกราะป้องกันผิวโดยตรง ส่วน Niacinamide เป็นวิตามินที่เข้าไปกระตุ้นให้ผิวสร้างเซราไมด์ขึ้นมาเพิ่ม ดังนั้นหากใช้คู่กันจะยิ่งช่วยเสริมให้ผิวแข็งแรงและกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดียิ่งขึ้นค่ะ
- Q: ข้อเสียของ Niacinamide คืออะไร ?
- A: แม้จะเป็นสารที่อ่อนโยน แต่หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มี ความเข้มข้นสูงเกินไป (เช่น 10% - 15% ขึ้นไป) สำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ หรือคนผิวบางแพ้ง่าย ก็อาจทำให้เกิดอาการยิบ ๆ แดง หรือแห้งตึงได้ จึงควรเริ่มจากความเข้มข้นต่ำ ๆ ก่อนค่ะ
การเลือกใช้ Niacinamide ถือเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับสาว ๆ ที่อยากดูแลผิวแบบองค์รวม ทั้งเรื่องความกระจ่างใส รอยสิว คุมมัน และเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรง สิ่งสำคัญคือควรเลือกความเข้มข้นและเนื้อสัมผัสที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง รวมถึงหมั่นทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องผิวและรักษาผลลัพธ์ให้ผิวสวยอยู่กับเราไปนาน ๆ นะคะ
บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ขอบคุณข้อมูลและภาพผลิตภัณฑ์จาก :
เฟซบุ๊ก Gravich,
Shopee The Ordinary Thailand Official Store,
เฟซบุ๊ก Skintific Thailand,
เฟซบุ๊ก Olay,
เฟซบุ๊ก MizuMi_Official,
เฟซบุ๊ก Glad2Glow Thailand,
เฟซบุ๊ก Anua Thailand,
เฟซบุ๊ก COSRX Thailand Official,
เฟซบุ๊ก Beauty of Joseon Thailand,
เฟซบุ๊ก Neutrogena,
เฟซบุ๊ก Kiehl's,
เฟซบุ๊ก Leskinthailand,
เฟซบุ๊ก The Skin Collection,
เฟซบุ๊ก Jojo Popaskin,
Shopee Medicube Official Store