สิวที่ตัว เกิดจากอะไร
สิวที่ตัวคืออะไร ต่างจากสิวหน้ายังไง
รู้จักสิวตามตัวแบบต่าง ๆ ที่เจอได้บ่อย
จริง ๆ แล้วตุ่มที่ขึ้นตามหลังหรือหน้าอกไม่ได้เป็น "สิว" เสมอไป บางทีอาจเป็นภาวะรูขุมขนอักเสบก็ได้ ซึ่งทั้งสองแบบนี้หน้าตาคล้ายกันมากจนแยกด้วยตาเปล่าได้ยาก
- สิวทั่วไป (Acne) เกิดจากรูขุมขนอุดตันด้วยน้ำมันและเซลล์ผิวตาย มักขึ้นตรงกลางหลัง กลางอก และไหล่ ซึ่งเป็นจุดที่ต่อมไขมันหนาแน่น
- ภาวะรูขุมขนอักเสบ (Folliculitis) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่รูขุมขน ขึ้นได้ทุกจุดที่มีรูขุมขน เช่น ก้น ต้นขา มักเจอในคนที่ออกกำลังกายบ่อยหรือใส่เสื้อผ้ารัดรูปเหงื่อออกเยอะ
- สิวจากการเสียดสีหรือความร้อน มักขึ้นตรงไหล่ คอ หรือสะโพก พบบ่อยในคนที่สะพายกระเป๋าหนัก ๆ เป็นประจำ หรือใส่ชุดกีฬารัดรูป
- สิวจากเชื้อรา (Fungal acne) มีลักษณะเป็นตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นเป็นกลุ่ม มักคันร่วมด้วย และมักเกิดตามหลังจากที่มีเหงื่อออกเยอะแล้วไม่ได้อาบน้ำทันที ซึ่งพบได้บ่อยในเมืองไทยเพราะอากาศร้อนชื้นตลอดปี
สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดสิวที่หลังและหน้าอก
1. ความผันผวนของฮอร์โมน
ช่วงวัยรุ่น ช่วงใกล้มีประจำเดือน หรือช่วงที่ฮอร์โมนแปรปรวนจากความเครียดและการพักผ่อนไม่พอ ล้วนกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ซึ่งจุดที่ไวต่อฮอร์โมนเป็นพิเศษก็คือบริเวณหน้าอกและแผ่นหลัง เพราะเป็นโซนเดียวกับที่มีขนขึ้นตามร่างกาย ดังนั้นถ้าสังเกตว่าสิวที่หลังชอบขึ้นเป็นช่วง ๆ ตามรอบเดือน ก็มีโอกาสสูงว่าเกี่ยวกับฮอร์โมนนี่แหละ
2. เหงื่อและการเสียดสี
อากาศเมืองไทยร้อนและชื้นเกือบทั้งปี ทำให้เหงื่อออกง่าย โดยเฉพาะตอนเดินทาง ต่อคิวรถเมล์ หรือออกกำลังกาย เหงื่อที่คั่งค้างอยู่บนผิวรวมกับสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกิน จะกลายเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับแบคทีเรียก่อสิว ยิ่งถ้าใส่เสื้อผ้ารัดรูป สะพายกระเป๋าหนัก หรือนั่งพิงเก้าอี้นาน ๆ จะยิ่งเพิ่มการเสียดสีและความอับชื้นให้กับผิวหลัง
3. เสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ไม่ระบายอากาศ
เสื้อผ้ารัดรูป ชุดกีฬาเนื้อหนา บราที่มีโครง หรือกระเป๋าเป้ที่แบกเป็นประจำ ล้วนกักเก็บความร้อนและความชื้นไว้กับผิว ทำให้รูขุมขนอุดตันง่ายขึ้น โดยเฉพาะจุดที่ผ้าสัมผัสผิวตลอดเวลาอย่างแนวสายบรา แนวเข็มขัด หรือแนวสายกระเป๋า
4. ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและบำรุงผิวที่อุดตันรูขุมขน
ครีมนวดผม สเปรย์แต่งผม หรือโลชั่นบางชนิดอาจมีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขนได้ (comedogenic) เวลาล้างออกไม่หมดแล้วไหลผ่านแผ่นหลัง ก็อาจทิ้งคราบตกค้างจนกลายเป็นสิวได้เหมือนกัน จุดนี้หลายคนอาจไม่ทันสังเกต เพราะคิดว่าสิวที่หลังไม่น่าเกี่ยวกับการสระผมเลย
5. ความเครียดสะสม
เวลาเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ผิวจึงมันขึ้นและอักเสบง่ายขึ้นตามไปด้วย แม้ความเครียดจะไม่ใช่สาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดสิว แต่ก็เป็นตัวเร่งให้สิวที่มีอยู่แย่ลงได้
6. พันธุกรรมและปัจจัยส่วนบุคคล
ถ้าคนในครอบครัวมีประวัติเป็นสิวง่าย โอกาสที่เราจะเป็นสิวตามตัวก็มีมากขึ้นเช่นกัน นอกจากนี้การรับประทานอาหารบางประเภท เช่น ของหวานจัด อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง หรือผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิด ก็อาจเป็นตัวกระตุ้นในบางคน แม้ว่างานวิจัยเรื่องอาหารกับสิวจะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม
วิธีดูแลรักษาสิวที่หลังและหน้าอกให้หายไว
เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายให้เหมาะสม
ผิวตามลำตัวหนากว่าผิวหน้า ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เบามือเกินไปอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรเมื่อนำมาใช้กับหลังหรืออก ลองมองหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกายสูตรลดสิวโดยเฉพาะ ซึ่งมักมีส่วนผสมที่ช่วยลดแบคทีเรียและผลัดเซลล์ผิวในความเข้มข้นที่เหมาะกับผิวกายมากกว่า
มองหาส่วนผสมที่ช่วยจัดการสิวได้จริง
- เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl peroxide) ช่วยลดแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว เหมาะกับสิวอักเสบ แต่ควรระวังเรื่องคราบติดเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัว เพราะมีฤทธิ์กัดสีผ้าได้
- กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันของรูขุมขน เหมาะกับสิวอุดตัน หัวดำ หัวขาว
- กรดผลไม้อย่างกรดไกลโคลิก (Glycolic acid) ช่วยผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกให้ผิวโล่งขึ้น ลดการอุดตันในระยะยาว
หากเป็นสิวไม่รุนแรงมาก การใช้ผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยาก็มักเพียงพอ แต่ถ้าลองใช้แล้วยังไม่ดีขึ้น หรือเริ่มมีอาการเจ็บ บวม เป็นหนอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อรับยาที่เหมาะสมกว่า เช่น ยาทากลุ่มเรตินอยด์ หรือยากินในรายที่มีอาการรุนแรง
อาบน้ำให้ถูกวิธี โดยเฉพาะหลังเหงื่อออก
พยายามอาบน้ำทันทีหลังออกกำลังกายหรือวันที่เหงื่อออกเยอะ ไม่ปล่อยให้เหงื่อคั่งค้างบนผิวนาน ๆ และไม่จำเป็นต้องใช้ใยบวบหรือผ้าขนหนูขัดตัวแรง ๆ เพราะการขัดถูมากเกินไปอาจทำให้ผิวระคายเคืองและอักเสบง่ายขึ้นกว่าเดิม แค่ล้างด้วยมือเปล่าหรือฟองน้ำเนื้อนุ่มก็เพียงพอแล้ว
อย่าแกะ อย่าบีบสิว
ต่อให้คันหรือรำคาญแค่ไหนก็ควรอดใจไว้ เพราะการแกะหรือบีบสิวที่หลังจะยิ่งทำให้อักเสบลุกลาม และเสี่ยงทิ้งรอยดำหรือรอยหลุมถาวรไว้ ซึ่งบริเวณลำตัวมีโอกาสเกิดแผลเป็นนูนได้ง่ายกว่าใบหน้าด้วย
วิธีป้องกันไม่ให้สิวที่หลังกลับมาอีก
- เลือกใส่เสื้อผ้าหลวมสบาย ระบายอากาศได้ดี เนื้อผ้าฝ้ายหรือผ้าซับเหงื่อ หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดรูปติดต่อกันนาน ๆ
- ซักเสื้อผ้าที่ใส่ออกกำลังกาย ผ้าปูที่นอน และปลอกหมอน ให้บ่อยขึ้น เพื่อลดคราบเหงื่อและสิ่งสกปรกสะสม
- ทาครีมกันแดดสูตรไม่อุดตันรูขุมขนก่อนออกแดด เพราะแสงแดดจัดของเมืองไทยอาจทำให้สิวอักเสบและทิ้งรอยดำได้ง่ายขึ้น
- จัดการความเครียดด้วยวิธีที่เหมาะกับตัวเอง เช่น ออกกำลังกาย นอนหลับให้เพียงพอ หรือหาเวลาพักผ่อนคลายใจบ้าง
- สังเกตอาหารที่กินว่ากระตุ้นให้สิวขึ้นหรือไม่ ถ้าพบว่าของหวานหรือของทอดทำให้สิวแย่ลง ลองลดปริมาณดูก่อน
- ผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดการสะสมของเซลล์ผิวตายที่อาจอุดตันรูขุมขน






