วัยรุ่นกับการศัลยกรรม พร้อมจะทำแล้วจริงหรือ?

ศัลยกรรม



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ปัจจุบันนี้การศัลยกรรมดูจะเป็นสิ่งที่ใกล้ตัววัยรุ่นมากขึ้นทุกวัน อย่างข่าวคราวที่เคยได้ยินว่าเด็กหนุ่มวัยยังไม่ถึง 20 ปี เข้ารับการศัลยกรรมไปแล้วถึง 16 ครั้ง ฟังดูน่าตกใจ และยิ่งสะท้อนให้เห็นได้ชัดว่าการสวยหรือหล่อด้วยเข็มหรือมีดหมอของหนุ่มสาววัยละอ่อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป นอกจากนี้จุดประสงค์ของการศัลยกรรมในวัยรุ่นกับผู้ใหญ่ก็มักแตกต่างกัน ในขณะที่ผู้ใหญ่มักศัลยกรรมเพื่อความอ่อนเยาว์ แต่ในวัยรุ่นนั้นมักทำเพื่อแก้ไขจุดที่ตัวเองไม่พอใจและปรับปรุงรูปร่างหน้าตาให้สวยงามขึ้นกว่าที่เป็น

          แต่ด้วยวุฒิภาวะที่ยังน้อย จึงเป็นการเสี่ยงที่วัยรุ่นหลาย ๆ คนอาจต้องประสบกับความผิดหวังในผลลัพธ์ที่ได้ เนื่องจากความคาดหวังที่ต้องการไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ตรงจุดนี้จึงเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ที่จะต้องสัมภาษณ์ ซักถามอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบว่าคนไข้วัยรุ่นผู้นั้นมีความเป็นผู้ใหญ่มากเพียงพอ มีความเข้าใจในกระบวนการ และผลต่าง ๆ ทั้งด้านบวกและลบที่จะตามมาจากการศัลยกรรม มีสุขภาพกายและใจที่ปกติดี ไม่มีอาการของโรคบีบีดี ซึ่งหากมีอาการของโรคนี้ การรักษาที่ถูกวิธีน่าจะเป็นการพบจิตแพทย์เสียมากกว่าศัลยแพทย์

          นอกจากจะมีความพร้อมทางด้านจิตใจแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีความพร้อมทางด้านร่างกายด้วย ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงที่ว่า ร่างกายของวัยรุ่นนั้นยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ บางส่วนพัฒนามาจนคงที่แล้ว จึงสามารถทำศัลยกรรมได้ แต่บางส่วนก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงเติบโตได้ต่อไป ซึ่งไม่เหมาะกับการทำศัลยกรรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลที่ได้จะไม่คงที่ และเกิดการบิดเบี้ยวเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

 
     ศัลยกรรมประเภทใดบ้างที่วัยรุ่นสามารถทำได้

          เนื่องจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกายคนเราเติบโตเต็มที่ตามวัยที่แตกต่างกัน การทำศัลยกรรมในวัยรุ่นจึงมีเพียงแค่บางประเภทเท่านั้นที่สามารถลงมือทำได้ โดยพิจารณาตามเกณฑ์การเจริญเติบโตเต็มที่ขององค์ประกอบแต่ละส่วนของร่างกาย

   ศัลยกรรมเสริมจมูก (Rhinoplasty)

          สามารถทำได้ในวัยรุ่นหญิงอายุ 13-14 ปี และวัยรุ่นชายที่อายุ 15-16 ปี ซึ่งเป็นวัยที่จมูกพัฒนาเต็มที่แล้ว

   ศัลยกรรมแก้หูกาง (Otoplasty)

          สามารถทำได้ตั้งแต่เด็กในวัยเพียง 4-5 ขวบ เนื่องจากหูเจริญเต็มที่และหยุดเติบโตแล้วนับแต่ยังเล็ก ๆ

   ศัลยกรรมลดขนาดหน้าอก (Breast reduction)

          ปัญหาอกใหญ่แต่เด็กไม่ใช่เรื่องที่ดี นอกจากจะอาจทำให้วัยรุ่นขาดความมั่นใจแล้วเพราะโดนล้อเลียน หรือประสบปัญหาการเข้าสังคมเพราะโดนเพ่งเล็งกลั่นแกล้งแล้ว ยังส่งผลถึงเรื่องการหายใจ รู้สึกอึดอัด ปวดหลัง ได้ด้วย ศัลยกรรมชนิดนี้สามารถทำได้ในวัยรุ่นอายุ 15 ปีเป็นต้นไป

   ศัลยกรรมลดขนาดหน้าอกในผู้ชาย (Gynecomastia)

          อาจสังเกตเห็นว่าเด็กชายบางคนมีหน้าอกเป็นเต้าเหมือนผู้หญิง ส่วนใหญ่อาการเช่นนี้สามารถหายไปได้เองเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แต่ก็สามารถพิจารณาทำการศัลยกรรมเพื่อลดขนาดให้เป็นปกติได้ ในกรณีมีขนาดหน้าอกใหญ่มานานเกิน 2 ปี หรือ มีปัญหาร้ายแรงเกี่ยวกับหน้าอก ซึ่งมักแก้ไขโดยการดูดไขมันบริเวณนั้นออก         

   กรอผิวหน้า (Microdermabrasion)

          การกรอผิวหน้าเป็นการกำจัดเอาผิวหนังชั้นนอกพร้อมกับความผิดปกติทั้งหลายที่ผิวชั้นบนสุดออกไป และช่วยลดเลือนรอยแผลจากสิวได้ เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหาสิว

   ลอกหน้าด้วยเคมี (Chemical peels)

          การลอกหน้าจะช่วยเปิดรูขุมขน ทำให้จัดการกับสิวหัวดำและสิวอุดตันได้ง่ายขึ้น และช่วยกระตุ้นการผลิตผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหาสิว

   เลเซอร์กำจัดขน (Laser hair removal)

          สามารถทำได้ในวัยรุ่นที่มีปัญหาเส้นขนที่ในบริเวณที่ไม่ต้องการ

      ศัลยกรรมประเภทใดบ้างที่วัยรุ่นไม่ควรทำ

          อวัยวะบางส่วนกว่าจะเจริญเติบโตและพัฒนาเต็มที่ ก็ใช้เวลาไปเกือบ 20 ปี หรือมากกว่านั้น จึงยังไม่เหมาะต่อการทำศัลยกรรมในอายุช่วงที่ยังเป็นวัยรุ่น

     ศัลยกรรมเสริมหน้าอก (Breast enhancement)

          ในอเมริกาการเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลืออนุญาตให้ทำได้ในวัยรุ่นหญิงที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากหน้าอกยังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกในอายุที่ต่ำกว่าเกณฑ์นี้ ส่วนการเสริมด้วยซิลิโคน ผู้รับการศัลยกรรมต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไป แต่ก็มีข้อยกเว้นบางประการที่สามารถเข้ารับการศัลยกรรมเสริมหน้าอกได้ เช่น กรณีมีความผิดปกติเกี่ยวกับทรวงอกมาตั้งแต่กำเนิด เป็นต้น

     ดูดไขมัน (Liposuction)

          การดูดไขมันเป็นกระบวนการที่ศัลยแพทย์ไม่แนะนำให้ทำในวัยรุ่นเลย เพราะไขมันส่วนใหญ่ โดยเฉพาะส่วนที่เรียกว่า เบบี้ แฟต (baby fat) หรือไขมันที่มีมาตั้งแต่เด็ก ๆ จะสามารถสลายไปได้ตามวัยที่เติบโตขึ้น ยกเว้นแต่กรณีที่มีไขมันพอกเฉพาะจุด ซึ่งผู้ป่วยพยายามออกกำลังกายและบริหารเฉพาะส่วนแล้วแต่ไม่เห็นผล นอกจากนี้แพทย์ยังต้องสร้างความเข้าใจกับผู้ป่วยด้วยว่า การดูดไขมันนั้นไม่ใช่ตัวแทนของการลดความอ้วนด้วยการควบคุมอาหารหรือการออกกำลังกาย จึงไม่เหมาะอย่างยิ่งกับวัยรุ่นที่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องรูปร่างและน้ำหนักตัว

     การเสริมแก้ม (Cheek implant)

          การเสริมแก้มเป็นศัลยกรรมที่ไม่เหมาะกับวัยรุ่น เนื่องจากโครงสร้างของใบหน้ายังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก

     การเสริมคาง (Chin Augmentation)

          การเสริมคาง เหลากราม หรือการปรับรูปหน้าที่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้ยังไม่สมควรทำในวัยรุ่น เพราะรูปหน้ายังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก โดยคางจะพัฒนาเต็มที่เมื่อผู้หญิงอายุ 18 ปี และในผู้ชายที่อายุ 21 ปี

     โบท็อกซ์ และการศัลยกรรมด้วยเข็มชนิดต่าง ๆ (Botox and other injectables)

          การศัลยกรรมด้วยการฉีดโบท็อกซ์หรือสารฟิลเลอร์ต่าง ๆ นั้น เหมาะจะทำในผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะสารที่ฉีดส่วนใหญ่ออกแบบมาเพื่อการเติมร่องริ้วรอย และฟื้นฟูผิวที่เริ่มเสื่อมสภาพไปตามอายุ ซึ่งดูจะไม่ตรงจุดประสงค์สำหรับวัยรุ่นเท่าไรนัก

          การศัลยกรรมในวัยรุ่นจึงยังคงเป็นเรื่องที่ต้องคิดและพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำ นอกจากมีภาพสำเร็จที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงแล้ว อายุต้องเหมาะสม รับได้กับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น มีความอดทนในการดูแลบาดแผลทั้งในช่วงพักฟื้นและหลังจากนั้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตัวผู้ป่วยที่ต้องการเข้ารับการศัลยกรรมต้องพิจารณาอย่างรอบคอบร่วมกับผู้ปกครองและศัลยแพทย์ค่ะ




  เรื่องราวผู้หญิง ความสวยงาม แฟชั่น ความรัก มากมาย คลิกเลย

   คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่ค่ะ      






เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วัยรุ่นกับการศัลยกรรม พร้อมจะทำแล้วจริงหรือ? โพสต์เมื่อ 30 สิงหาคม 2555 เวลา 11:37:48 11,082 อ่าน
TOP