สเตลล่า มาลูกี้ นางเอกฟ้าทะลายโจร สูญเสียขาจากโรคประหลาด



สเตล่า มาลูกี้

สเตล่า มาลูกี้

สเตลล่า มาลูกี้

             สเตลล่า มาลูกี้ อดีตนางเอกชื่อดังจากภาพยนตร์เรื่อง ฟ้าทะลายโจร ป่วยเป็นโรคประหลาด เกือบไม่รอดชีวิต ต้องแลกด้วยการตัดขาทิ้ง !

            เป็นข่าวที่ทำเอาแฟนคลับของ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ ถึงกับช็อกอย่างมาก หลังจากที่ทราบว่าแพทย์ได้ทำการตัดขาซ้ายระดับเหนือข้อเท้าของพระเอกหนุ่ม เพื่อควบคุมการติดเชื้อที่รุนแรง ซึ่งหลังจากที่หลายคนได้รับทราบข่าวต่างก็ส่งกำลังใจให้กับครอบครัวสหวงษ์ เพราะการตัดดังกล่าวเป็นการตัดเพื่อต่อชีวิต โดยทุกคนหวังว่าหนุ่มปอจะลุกขึ้นมาและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง เฉกเช่นเดียวกับ "สเตลล่า มาลูกี้" อดีตนางเอกลูกครึ่ง จากภาพยนตร์เรื่องฟ้าทะลายโจรและองคุลีมาล ที่เคยถูกตัดขาจากโรคร้ายเหมือนกัน โดยในเดือนมกราคมปี 2559 ก็จะเป็นปีที่ 6 ที่เธอต้องสูญเสียขาข้างขวาไป ซึ่งเรื่องราวของเธอนั้น เธอเคยบอกเล่าให้ฟังผ่านรายการตีสิบเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

            มาวันนี้ หลังจากที่ สเตลล่า มาลูกี้ ทราบเรื่องราวของ "ปอ ทฤษฎี" ก็เลยขอเปิดเผยเรื่องราวและอัพเดทชีวิตของเธอให้ฟังผ่าน คมชัดลึก (24 พฤศจิกายน 2558) ว่า ปัจจุบันชีวิตของเธอตอนนี้ก็มีความสุขดี ได้อยู่กับสามีที่รักอย่างจีโอแวนนี่ เบอร์กามิน และลูกชายวัยกำลังน่ารักอย่าง อเล็กซิโอ้ พร้อมกับทำธุรกิจของที่บ้าน นำเข้าวัสดุที่ทำรองเท้า กระเป๋า และเข็มกลัด

สเตลล่า มาลูกี้

สเตลล่า มาลูกี้

            ส่วนเธอนั้นทราบข่าวปอจากเพื่อน ๆ และทราบว่าหมอได้ใช้เครื่องเอคโม่ที่ช่วยทำงานของปอดและหัวใจกับปอด้วย ซึ่งเธอก็ใช้เครื่องนี้เหมือนกัน หมอบอกว่าเครื่องนี้ต้องสอดเข้าไปในเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่โคนขาข้างขวา โดยตอนนั้นหมอก็บอกว่าอันตรายและมีผลข้างเคียง คืออาจจะหัวใจวายหรือติดเชื้อในกระแสเลือด และอาจจะต้องเสียขาไป ส่วนตนในตอนนั้นเราไม่สามารถตัดสินใจเองได้ เพราะป่วยหนักมาก ซึ่งญาติ ๆ ก็ตัดสินใจเปิดใช้เครื่องนี้ ทั้งนี้ตนต้องขอบคุณครอบครัวมาก  ๆ ที่ตัดสินใจตัดขา เพราะหากไม่ได้เครื่องนั้น ตนคงไม่มีชีวิตรอดถึงวันนี้

สเตลล่า มาลูกี้

สเตลล่า มาลูกี้

            สเตลล่า เผยอีกว่า ตอนนี้เธอเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวของปอ และอยากให้ปอตื่นขึ้นมาเลี้ยงดูลูกสาว เพราะเธอตอนที่ป่วยหนักก็เพิ่งคลอดลูกเหมือนกัน หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่เหมือนกัน ส่วนน้องมะลิ พาขวัญ ลูกสาวของปอ ก็น่ารักน่าเอ็นดูมาก ๆ เลยทีเดียว จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เธอคิดแทนปอไม่ได้ แต่ในความที่เขาเป็นพ่อ ถ้าเขาตื่นขึ้นมาคงดีใจที่มีโอกาสได้พบลูกและเลี้ยงน้องมะลิ..

            อดีตนักแสดงสาว เผยความรู้สึกหลังตื่นมาอีกครั้งว่า... เธอรู้สึกเหมือนเกิดใหม่ ส่วนปอเขาเสียข้อเท้าไป ร่างกายเขาก็ยังมีตา มีมือ ส่วนเธอเองนั้นเสียทั้งขาขวาของเธอหนักกว่าปอ แต่เธอก็ยังทำได้หมดทุกอย่าง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ปอเขายังทำอะไรได้อีกเยอะ เดี๋ยวนี้ขาเทียมดีมาก ๆ ถ้าปอเขารับตรงนี้ได้ รับการเปลี่ยนแปลงได้ เธอมั่นใจว่าเขาจะใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม.. เรื่องนี้มันอยู่ที่ใจด้วย

            ส่วนความรู้สึกหลังที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าไม่มีขา สเตลล่า บอกว่า ตอนนั้นเซลล์ประสาทเหมือนส่งสัญญาณว่าขายังอยู่ แต่ตาเรามองไม่เห็น เธอต้องใช้เวลาถึง 7 วัน เพื่อทำความเข้าใจว่าขาเราไม่มีอยู่จริง ๆ ตอนนั้นญาติ ๆ บอกว่าเขาจำเป็นต้องเลือกระหว่างขากับชีวิต เขาต้องปรับความเข้าใจเธอใหม่

            นอกจากนี้ สเตลล่า ยังแนะนำเรื่องการใช้ขาเทียมอีกด้วย บอกว่าตอนแรกถึงจะใช้ยากเพราะไม่ชิน แต่หลังจากใช้สักระยะ ขาเทียมจะกลายเป็นเพื่อนสนิทไปเลย เป็นคู่หูที่ไปไหนไปนั่น ขาดไม่ได้เลย เพราะขาดเขาเราก็เดินไม่ได้ และหากปอหายดีก็อยากให้ปอมองว่า อวัยวะนั้นเป็นส่วนเล็ก ๆ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่ที่เรามอง ว่าเราจะรับได้หรือเปล่าหากต้องสูญเสียมัน

สเตลล่า มาลูกี้


สเตลล่า มาลูกี้

สเตลล่า มาลูกี้

            พร้อมกันนี้ สเตลล่า ยังแนะนำถึงการตื่นขึ้นมาอีกครั้งและพบว่าเราไม่มีแรง แม้แต่แก้วน้ำก็ไม่มีแรงที่จะจับ ว่า จุดนั้นเราต้องเชื่อมั่นในหมอ ฟังคำแนะนำของหมอ ต้องกายภาพทุกวัน กินอะไรที่ทำให้แผลหายเร็วที่สุด เพราะว่าหากแผลหายแล้วเราก็จะได้ใส่ขาเทียม ซึ่งหากเธอจำไม่ผิดเธอใส่ขาเทียมหลังจากตัดขาออกประมาณ 3 เดือน และอยากให้ปอรักตัวเองมาก ๆ กำลังใจที่มาจากภายในนั้นสำคัญที่สุด กำลังใจจากครอบครัวเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น สำหรับเธอ ตอนนี้ก็ใช้ชีวิตปกติ ขับรถไปส่งลูก เดิน ปั่นจักรยาน และอยากฝากบอกถึงภรรยาปอด้วย ว่าช่วงแรก ๆ ที่ฟื้นอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่อยากจะให้สู้ไปด้วยกัน อาจจะท้อบ้างอะไรบ้าง แต่ก็ต้องอยู่ข้าง ๆ เป็นกำลังใจสำคัญให้ปอต่อไป

สเตลล่า มาลูกี้


            ส่วนเรื่องราวที่เธอเคยมาออกรายการตีสิบ มีดังต่อไปนี้..  สเตลล่า เล่าว่า ตนเองเริ่มป่วยเป็นโรคประหลาดนี้ตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์ คือไม่มีอาการแพ้ท้องเลย จนกระทั่งถึงเดือนที่ 5 ก็มีอาการอาเจียนตลอดเวลา และเมื่อถึงเดือนที่ 8 น้ำหนักตัวของตนกลับเพิ่มขึ้นแค่ 3 กิโลกรัมเท่านั้น ทั้งที่ตนมีเด็กอีกคนหนึ่งอยู่ในท้อง ตนจึงลองไปหาหมอแต่ก็ไม่พบความผิดปกติ หลังจากนั้นตนก็คลอดลูกเองตามธรรมชาติ แต่เมื่อเลี้ยงลูกไปได้เพียง 7 วัน ตนเองก็มีอาการอาเจียนทันทีหลังทานอาหาร เมื่อไปตรวจแพทย์ก็บอกว่าเป็นท่อปัสสาวะอักเสบ จนผ่านไป 1 สัปดาห์ ก็ไม่มีแรงทำอะไรเลย นอนทั้งวัน และจำอะไรไม่ได้อีกเลย

สเตล่า มาลูกี้

          หลังจากนั้นก็ไปพบแพทย์อีกครั้ง หมอบอกว่าเป็นแคลเซียมในร่างกายสูงผิดปกติ มีโอกาสหัวใจวายสูง ก็ต้องเข้าห้องไอซียู แต่เมื่อเข้าไปได้เพียง 2 ชั่วโมง อวัยวะอย่าง ตับ ไต ปอด ก็ไม่ทำงานแล้ว จนเกิดน้ำท่วมปอด และตรวจพบว่าเป็นไทรอยด์ผิดปกติด้วย จำเป็นต้องตัดทิ้ง แต่ร่างกายตนอ่อนแอทำให้ผ่าตัดไม่ได้ วิธีการรักษามีเพียงวิธีเดียวคือการใช้เครื่องช่วยทำงานแทนหัวใจและปอด เพื่อให้ปอดได้พัก แต่มีค่าใช้จ่าย 1 ล้านบาท และค่าใช้เครื่องอีกวันละ 1 แสนบาท อีกทั้งยังเสี่ยงติดเชื้อในกระแสเลือดอีกด้วย แต่ทางบ้านก็เลือกที่จะรักษาด้วยวิธีการนี้ และมีการวางแผนล่วงหน้าไว้ว่า หากตนเองเสียชีวิต พี่ชายจะเป็นคนนำลูกไปเลี้ยง

          ซึ่งการใช้เครื่องช่วยทำงานแทนปอดและหัวใจ จะต้องแทงเข็มผ่านต้นขาขวา ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ เพื่อต่อเข้าที่หัวใจและปอด แต่เมื่อผ่านไป 2 วัน ขาก็เริ่มบวมและปริ จนหมอต้องกรีดเนื้อเพื่อเข้าไปนวดกล้ามเนื้อให้ แต่พอวันรุ่งขึ้นก็เริ่มมีสีดำคล้ำคล้ายจะเน่า หมอจึงปรึกษาครอบครัวและบอกว่าต้องตัดขาทิ้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อในกระแสเลือด และเมื่อตัดขาทิ้งแล้วร่างกายเริ่มดีขึ้น หมอจึงผ่าตัดไทรอยด์ออกให้ โดยใช้เวลาผ่าตัดอยู่ราว 3 ชั่วโมง

สเตลล่า มาลูกี้

          ภายหลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้น สเตลล่า ก็พูดอะไรไม่ได้เลยอยู่เป็นเวลานาน โดยเธอเล่าว่า คนรอบข้างเห็นเธอรู้สึกตัวดี แต่เธอกลับจำอะไรไม่ได้เลย และงงว่าตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ลองพูดดูก็ไม่มีเสียง พอสามีอุ้มลูกมาหา ก็งงว่าตัวเองคลอดลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ และทำไมเด็กถึงดูตัวโตจัง ทั้งเมื่อจับขาดูปรากฏว่าขาขวาไม่มีแล้วก็ถามพี่ชายว่าขาไปไหน พี่ชายจึงเล่าให้ฟังว่าตนเองเป็นโรคพาราไทรอยด์ และต้องตัดขาทิ้ง รวมทั้งตัดไทรอยด์ที่คอทิ้งจึงพูดไม่ได้ ตนเองก็อึ้งไป แต่ทุกคนก็ให้กำลังใจอย่างดี จึงอดทนเพื่อลูก

          อย่างไรก็ตาม สเตลล่า มาลูกี้ ก็ยังต้องหมั่นไปตรวจเลือดทุก 2 เดือน และต้องฝึกเดินให้คล่อง โดยตอนแรกยังแอบคิดว่าทำไมหมอไม่ตัดขาซ้าย เพราะตนเองถนัดข้างขวา แต่ทุกวันนี้ก็ขี่จักรยาน และขับรถให้ลูกนั่งได้แล้ว เลยคิดได้ว่าจะมานั่งเสียใจที่ไม่มีขา หรือจะขอบคุณที่ยังมีชีวิตอยู่แล้วสู้ต่อไป

          ทั้งนี้ โรคพาราไทรอยด์ มีเพียง 5 คนในโลก ที่เป็นโรคนี้ และ สเตลล่า มาลูกี้ ก็เป็นคนที่ 2 ที่รักษาตัวจากโรคนี้จนหายได้ ซึ่งโรคดังกล่าว มักจะเกิดขึ้นกับผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายเท่านั้น จึงไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นกับเธอได้อย่างไร

สเตลล่า มาลูกี้


ประวัติ สเตลล่า มาลูกี้


 เชื้อชาติ : อิตาลี – โคลอมเบีย

 ครอบครัว : แต่งงานกับ นายจิโอเวนนี่ เบอร์กามิน มีบุตร 1 คน

 อาชีพ : ครอบครัวมีธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์แต่งรถ และเครื่องหนัง จากอิตาลี

 ผลงานที่ผ่านมา :

          - มิวสิควิดีโอ หมดแล้วหมดเลย วงอินคา (พ.ศ. 2536)

          - มิวสิควิดีโอ ไม่มีอีกแล้ว โบ สุนิตา (พ.ศ. 2538)

          - มิวสิควิดีโอ คนขี้อิจฉา วงฟลาย (พ.ศ. 2540)

          - ภาพยนตร์ ฟ้าทะลายโจร (พ.ศ. 2543)

          - ภาพยนตร์ องคุลีมาล (พ.ศ. 2546)

world_id:565418b04d265a38308b4572

world_id:565418bb4d265a82308b456e

world_id:565418c64d265a39308b456e

world_id:565418cf4d265afa308b456f


ภาพจาก รายการตีสิบ วิกิพีเดีย, hugmagazine

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
       วิกิพีเดีย



เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
สเตลล่า มาลูกี้ นางเอกฟ้าทะลายโจร สูญเสียขาจากโรคประหลาด โพสต์เมื่อ 10 สิงหาคม 2553 เวลา 08:19:51 176,785 อ่าน
TOP