การทำตา 2 ชั้น

ตา 2 ชั้น


         การทำตา 2 ชั้นในประเทศไทย เริ่มต้นเมื่อประมาณสงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมัยนั้นการแพทย์ไทยยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการแพทย์แผนปัจจุบัน (Modern Medicine) จึงมีแพทย์ที่ให้การบริการด้านศัลยกรรมความงามน้อยมาก


         ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ.2500 แพทย์ไทยแผนปัจจุบันหลายท่านกลับจากการศึกษาจากประเทศยุโรปได้เริ่มให้บริการทำตา 2 ชั้นในโรงพยาบาลใหญ่ๆ เช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลภูมิพล,โรงพยาบาลจุฬาฯ และเริ่มแพร่หลายไปสู่สถานพยาบาลต่างๆ มากมายหลากหลายกรรมวิธี ซึ่งจะได้กล่าวในรายละเอียดดังต่อไปนี้


          วิธีที่ 1 เป็น "วิธีเย็บ" (SUTURE) โดยใช้ไหมเส้นโตขนาดใหญ่ประมาณเบอร์ 3 ศูนย์ (ซึ่งปกติใช้เย็บในไก่ตัวผู้เพื่อทำไก่ตอน) โดยมีลูกปัด (PLASTIC BEAD) เย็บผูกรัด ตรึงไว้ 7 วัน เพื่อกดให้เกิดเป็นตา 2 ชั้น แล้วจึงตัดไหมออกจำเป็นต้องหยุดงานพักอยู่ที่บ้าน 1 สัปดาห์ วิธีนี้ทำกันมานานกว่า 30-40 ปี โดยแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่นมานานแล้ว ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้เกิดตา 2 ชั้นคงทนอยู่เพียงชั่วคราว 1-3 ปี ชั้นก็จะหลุดหมดในภายหลัง


          วิธีที่ 2 เป็น "วิธีตัดและเย็บ" (EXCISION  AND SUTURE) โดยการกรีดหนังตาบนแล้วตัดหนังออกเป็นแผ่นแถบยาวๆ หลังจากนั้นจึงทำการเย็บหนังตาให้ติดกับเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อตา (LEVATOR PALPEBRAE MUSCLE FASCIA) โดยเย็บข้างละ 10-20 เข็ม และตัดไหมเมื่อครบ 5-7 วัน วิธีนี้แพร่หลายในยุโรป และสหรัฐอเมริกา แต่มีข้อเสียคือ แผลเป็นยาวมากและบวมช้ำมาก จึงไม่เหมาะกับคนไทยหรือคนเอเชีย อีกประการหนึ่ง หากทำวิธีนี้ถ้าตัดหนังมากเกินไปเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้ตาแหก ตาปลิ้นโดยง่าย หรือกลางคืนนอนหลับ แต่เปลือกตาปิดไม่สนิท อีกทั้งมีแผลเป็นยาวตั้งแต่หัวตาถึงหางตา ซึ่งจะติดตัวไปตลอดชีวิต ไม่สามารถลบรอยแผลเป็นนี้ได้


          วิธีที่ 3 เป็นวิธี "กรีด" หนังตาบน (INCISIONAL METHOD) ให้เป็นแผลยาว โดยไม่ได้ตัดหนังออกแล้วจึงเย็บข้างละ 10-20 เข็ม แล้วแต่ขนาดของแผล ผลลัพธ์ของวิธีนี้ก็เหมือนกับวิธีที่ 2 เพียงแต่ว่าหลับตาได้สนิทเมื่อนอนหลับ


          วิธีที่ 4 วิธี "เจาะและกำจัดไขมัน" (SHORT INCISION TECHNIC AND FAT REMOVAL) วิธีนี้เหมาะสำหรับคนไทยหรือคนเอเชีย เพราะมีดวงตาขนาดเล็กและไขมันมาก มีกรรมวิธีโดยเจาะหนังตาบนยาว 4-5  มิลลิเมตร เพื่อเอาไขมันออก แล้วล็อก (LOCK) หนังตาบนกับกล้ามเนื้อและพับ (FOLDING  TECHNIC) ทำให้เกิดเป็นตา 2 ชั้น วิธีนี้จะเย็บ 3-5 เข็มเท่านั้น แผลขนาดเล็กสามารถไปทำงานได้ภายใน 2-3 วัน มีการบวมช้ำน้อย หลับตาได้สนิทมีแผลเป็นน้อยมาก


          วิธีที่ 5 วิธีการเจาะร่วมกับการใช้ไมโครสโคป (VERY SHORT INCISION TECHNIC WITH MICROSCOPE) กล่าวคือ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนอายุน้อย (20-40 ปี) โดยการเจาะเปลือกตาเป็นแผลเล็กๆ ขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร แล้วพับหนังตาบนให้เป็นชั้น (FOLDING  TECHNIC) โดยใช้ MICROSCOPE มาทำร่วมในการผ่าตัด ซึ่งกล้อง MICROSCOPE ดังกล่าวนี้นั้น หากจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือกล้องเจียระไนเพชรนั่นเอง จึงทำให้แผลสนิทเนียนไร้ร่องรอย ไม่บวมช้ำ และสามารถไปทำงานได้ใน 24-48 ชม. และแต่งหน้าทาแป้งเขียนอายแชโดว์ (MAKE UP) ได้ทันที จึงเหมาะสำหรับดารา นักแสดง นักธุรกิจ แอร์โอสเตส ซึ่งสามารถไปทำงานได้ภายในวันรุ่งขึ้นหรือ 24-48  ชม. บางรายไม่ต้องตัดไหม ซึ่งจะหลุดออกไปเอง หรือบางรายอาจไม่ต้องเย็บก็ได้


         สำหรับท่านที่เชื่อเรื่องโหราศาสตร์หรือนรลักษณ์ศาสตร์ (โหงวเฮ้ง) เกี่ยวกับดวงตานั้น วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้เกิดตา 2 ชั้น ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ กล่าวคือ ไม่มีรายแผลเป็นหลงเหลือที่เปลือกตาบนเมื่อหลับตา ซึ่งดีกว่าวิธีต่างๆ ข้างต้น โดยเฉพาะท่านที่มีอายุประมาณ 30 ปี (การมีแผลเป็นที่ดวงตาเป็นลักษณะต้องห้ามของนรลักษณ์ศาสตร์)


         สุดท้ายนี้ ประชาชนในฐานะผู้บริโภคจึงควรศึกษาพิจารณารายละเอียดของการทำตา 2 ชั้น แต่ละวิธีของแต่ละสถานพยาบาล หรือของแพทย์แต่ละท่านว่ามีความถนัดและความสามารถวิธีใด อีกทั้งต้องพิจารณาถึงวิธีการตลาดที่ใช้ระบบโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยมิได้ให้รายละเอียดใดๆ เลยแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะปัญหาแผลเป็น โรคแทรกซ้อน เช่น นอนหลับตาไม่สนิท ระยะเวลาในการรักษาแผลให้หายสนิทจนกว่าไปทำงานได้ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายของการทำตา 2 ชั้น แต่ละวิธีการ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไปตามแต่ละวิธี




ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 
ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต 
โดย : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล

การทำตา 2 ชั้น โพสต์เมื่อ 3 กรกฎาคม 2552 เวลา 17:06:37 1,764 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: การทำตา 2 ชั้น ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP